สถาปนิกบ้านบ้านบทความทั้งหมด →

หน้าแรก › บทความ › ผลงานและแบบบ้าน

2022-10-26 · อาคารธุรกิจ · จากคลิป YouTube @architectiseasy

สร้างบ้านขาย ทำหมู่บ้านเล็ก เริ่มยังไง: สำรวจตลาด เลือกที่ดิน คิดทุน

ลงทุนสร้างบ้านขาย: สำรวจตลาดรัศมี 5–10 กม. เลือกที่ดินรูปทรงดี ค่าที่ดิน 30–50% ของมูลค่าโครงการ กำไร 20% ตั้งราคาไม่เกินราคาประเมินธนาคาร และแก้ที่ตาบอด

เริ่มจากลูกค้า ไม่ใช่เริ่มจากที่ดิน

มีที่ดิน 1 แปลงแล้วอยากทำบ้านขาย อย่าเริ่มจากถามว่าแบ่งได้กี่แปลง ให้เริ่มจากสำรวจตลาดและวิเคราะห์ลูกค้า: สภาวะการแข่งขันในพื้นที่เป็นแบบไหน แบบบ้านช่วงราคาไหนยังแข่งได้ แล้วจึงเอาแบบนั้นมาออกแบบและแบ่งแปลง

บ้านที่ดีเกินไปอาจขายไม่ได้ ถ้าให้ที่ดินกว้าง บ้านหลังใหญ่ แต่ลืมถามว่าลูกค้าในย่านนั้นซื้อไหวไหม ถ้าจะสร้างอยู่เองทำตามใจได้ 100% แต่ถ้าสร้างขายต้องทำตามใจคนซื้อ ตัดความชอบของตัวเองออก

สำรวจตลาดรอบที่ดินต้องเก็บข้อมูลอะไร

ปักหมุดที่ดินของเราแล้วสำรวจโครงการรอบ ๆ อย่างน้อยรัศมี 5–10 กิโลเมตร ยิ่งมากยิ่งดี ลงพื้นที่ให้เยอะ ดูว่าย่านนั้นมีอะไร เช่นย่านที่มีแรงงานมากและมีหอพักเยอะ คนเช่าหอเพิ่มเงินอีกนิดก็ผ่อนทาวน์โฮมเป็นของตัวเองได้

จากนั้นจัดเกรดโครงการ: A ขายหมดเร็ว B ขายได้เรื่อย ๆ ยังเปิดสำนักงานขาย C ขายได้น้อย D แทบขายไม่ได้ กำลังจะมีปัญหา แล้วสรุปข้อดีข้อเสียว่าแบบไหนขายเร็ว แบบไหนขายช้า ขั้นตอนนี้ผ่านแล้วจึงให้สถาปนิกเริ่มวางผังโครงการ

ทำอย่างไรให้โครงการเด่นกว่าคู่แข่ง

สูตรที่ใช้คือทำให้เด่นกว่า ใหญ่กว่า หรือถูกกว่าเล็กน้อย เช่นย่านนั้นขายบ้านที่ดินราว 30 ตร.วา ก็ทำ 35–40 ตร.วาในราคาใกล้เคียง หรือถ้าทาวน์เฮาส์ชั้นเดียวของโครงการอื่นจอดรถแล้วเต็มพื้นที่ ไม่มีมุมพักผ่อน ก็เพิ่มสวนเล็ก ๆ ให้ เป็นการเพิ่มมูลค่าในความรู้สึกของลูกค้า

พฤติกรรมลูกค้าแต่ละพื้นที่ต่างกัน คนในพื้นที่รู้ดีที่สุด เช่นโครงการใกล้นิคมอุตสาหกรรม ลูกค้าชอบสังสรรค์ จึงออกแบบลานนั่งดื่มและฝ้าหลุมเปิดไฟได้ ทำให้ขายได้เร็ว

เลือกที่ดินทำบ้านขายแบบไหน

ควรเลือกที่ดินทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่ควรเลือกที่ดินหลายเหลี่ยมรูปร่างประหลาด เพราะเมื่อตัดถนนและแบ่งแปลงย่อยจะเกิดมุมแหลมเยอะ บ้านปกติเป็นสี่เหลี่ยม ถ้าแปลงบานออกนิดหน่อยยังจัดสวนหรือต่อเติมได้ แต่มุมแหลมใช้งานยากมาก

ที่ดินซื้อเป็นตารางวา เศษที่ดินที่ใช้งานไม่ได้และขายต่อไม่ได้ทั้งหมดเป็นต้นทุนโครงการ ต่อให้ซื้อได้ราคาถูก อาจต้องซื้อแปลงข้างเคียงมารวมให้ได้รูปทรง หรือตัดส่วนที่เป็นเศษเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ถ้าจะทำอาคารพาณิชย์ ต้องเช็กระยะถอยร่นด้านหน้า หลัง และข้างก่อนวางแปลง

ซอยลึกไม่ใช่ปัญหาหลักของบ้านพักอาศัย คนชอบเพราะปลอดภัยและเป็นย่านพักอาศัย แต่ที่ดินที่ยังไม่ได้ถม ค่าถมคือต้นทุนที่ต้องนับ

สมการต้นทุนหมู่บ้าน: ที่ดิน ก่อสร้าง บริหาร กำไร

แยกต้นทุนเป็น 4 หมวด คือค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง ค่าบริหารโครงการ และกำไรสุทธิ เพื่อไม่ให้ทุ่มกับหมวดใดมากหรือน้อยเกินจำเป็น สิ่งแรกที่ต้องคิดคือกำไร ตัวอย่างที่ใช้ตั้งเป้ากำไรไว้ 20% บางโครงการที่ได้ที่ดินถูกมากไปได้ถึง 25–30% ส่วนค่าบริหารโครงการ (คุมงาน ประชาสัมพันธ์ และงานบริหารทั้งหมด) ตั้งไว้ราว 10–20%

ค่าที่ดินควรเป็น 30%, 40% หรือ 50% ของมูลค่าโครงการ ตัวอย่างที่ดินราคา 50 ล้าน ถ้าค่าที่ดินคิดเป็น 30% มูลค่าโครงการต้องไปถึงราว 166 ล้าน ถ้า 40% ประมาณ 125 ล้าน ถ้า 50% ประมาณ 100 ล้าน

ตั้งราคาบ้านเท่าไรให้ขายได้และปลอดภัย

ราคาขายควรใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาที่ธนาคารประเมินในย่านนั้น ถ้าตั้งราคาสูงกว่าราคาประเมิน ลูกค้าต้องหาเงินมาโปะส่วนต่างเอง ความเสี่ยงบ้านติดมือสูงขึ้นมาก ถ้าลูกค้ากู้แล้วมีเงินเหลือ แปลว่าราคาน่าพอใจ ถ้าต้องเติมเงินเยอะ ขายยาก

ถ้าตั้งใจทำโครงการคุณภาพสูงในย่านที่แหล่งงานยังโต อาจต้องให้ลูกค้าผ่อนดาวน์นานขึ้น และต้องเตรียมแผนปล่อยเช่าถ้าขายไม่ได้ โครงการคุณภาพสูง หลังใหญ่ ถนนสวย ไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จ ความสำเร็จวัดที่ขายได้หรือไม่

ที่ตาบอด ราคาสูง เศษเยอะ ทำหมู่บ้านอย่างไร

กรณีศึกษาเป็นที่ดินตาบอดที่ประกาศขายมาหลายปี ราคาสูงประมาณ 3 เท่าของราคาที่ควรซื้อสำหรับบ้านจัดสรรในย่านนั้น และมีเศษที่ดินเยอะ ถ้าซื้อทั้งแปลงมาทำโครงการเต็มรูปแบบ ราคาขายต่อหลังจะสูงกว่าโครงการข้างเคียงที่ขายหมด จึงไปต่อไม่ได้

ทางออกคือทำไปขายไป ซื้อเฉพาะส่วนที่จำเป็นก่อน เจ้าของที่ดินได้ราคาที่ต้องการ ส่วนผู้พัฒนาได้ทางออกถนน เมื่อด้านหน้าเกิดเป็นชุมชนแล้ว ที่ดินด้านหลังจะมีมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดเป็นหมู่บ้านบ้านเดี่ยวหรือคอนโดได้

วางผังโครงการหมู่บ้านเล็ก 40–55 หลัง

โครงการตัวอย่างที่ชลบุรีเป็นบ้านชั้นเดียว มีบ้านแฝดและทาวน์โฮม ใช้หลังคาคอนกรีตแทนเมทัลชีท ตกแต่งโทนเอิร์ธโทน พื้นที่ใช้สอยกำหนดโดยทีมการตลาดให้กว้างกว่าโครงการข้างเคียง สถาปนิกทำผังทางเลือก 3 แบบ แต่ละแบบแยกย่อยเป็น 2 แบบ: เปิดถนนกลาง, หันหลังบ้านเข้าหาถนนแล้วทำพื้นที่สีเขียวเชื่อมกับเกาะกลาง, และหลบถนนไปซ้ายสุดเพื่อเปิดสวนหน้าโครงการ

ทางเลือกแรกวางบ้านแฝดได้ 4 หลังกับทาวน์โฮม 51 หลัง รวม 55 หลัง ทางเลือกอื่นได้น้อยลง 1 หลัง สถาปนิกเลือกแบบที่เปิดหน้าโครงการด้วยสวนและมีพื้นที่กลางเชื่อมหน้าบ้าน ส่วนผังมีการปรับเป็นสิบ ๆ รอบก่อนได้ผังสุดท้าย

ขออนุญาตจัดสรร และความเสี่ยงที่ต้องรู้

ถ้าแบ่งแปลงขายเกิน 9 แปลงต้องขออนุญาตจัดสรร ขนาดโครงการแบ่งเป็นเล็ก กลาง ใหญ่ (ใหญ่คือมากกว่า 500 แปลง) ข้อกำหนดต่างกัน เช่นโครงการเล็กไม่ต้องมีสโมสร แต่ทุกขนาดมีถนน ท่อระบายน้ำ เสาไฟ ป้อมยาม ซึ่งเป็นต้นทุนของผู้พัฒนาทั้งหมด กรณีศึกษาหนึ่งเป็นที่ดิน 7 ไร่ 3 งาน 84 ตร.วา ที่พนัสนิคม ชลบุรี

ความเร็วสำคัญ เพราะทำไปแล้วอาจมีคู่แข่งเข้ามาตัดราคา โครงการควรขายให้หมดเร็วแล้วไปทำโครงการใหม่ ถ้าทำโดยไม่รู้ว่าขายได้ไหม เงินทุนจะจม

จากนายหน้าสู่เจ้าของโครงการ ต่างกันอย่างไร

เส้นทางหนึ่งที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากนายหน้า (ค่าคอมมิชชันราว 3%) ต่อด้วยซื้อบ้านเก่ามารีโนเวตขาย (กำไรราว 15–20% หมุนเงินเร็ว แต่ต้องประเมินค่าซ่อมให้แม่น) แล้วจึงเป็นผู้พัฒนาโครงการ งานนายหน้าทำให้รู้กระบวนการขาย การตลาด สินเชื่อ และได้คอนเนกชัน ความรู้สำคัญกว่าเงิน เพราะเมื่อโอกาสอย่างที่ดินดีมาถึง คนที่ไม่พร้อมจะช้ากว่าคนอื่น

ความต่างอยู่ที่ความรับผิดชอบและความเสี่ยง นายหน้าไม่ต้องลงเงินซื้อทรัพย์ งานจบเร็ว ส่วนเจ้าของโครงการต้องรับผิดชอบหุ้นส่วน ผู้รับเหมา และลูกบ้าน สร้างแล้วขายไม่ได้เงินจม มีปัญหาก็ต้องรับผิดชอบ และแต่ละโครงการใช้เวลา 1–3 ปีตามขนาด

สร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์ และหมัดสุดท้ายคือทีมขาย

ลูกค้าบางคนซื้อบ้านหลังเดียวในชีวิต ผู้พัฒนาจึงให้ความสำคัญกับเกรดวัสดุและงานก่อสร้างตามงบและราคาขาย พร้อมบริการหลังการขายที่ส่งช่างเข้าไปแก้ไขเมื่อมีปัญหา ผลงานที่มองเห็นได้จะบอกต่อเอง

เมื่อทำเลใกล้กันและดีไซน์ใกล้เคียงกัน สิ่งที่ตัดสินคือพนักงานขาย ลูกค้าหลายรายเลือกไม่ซื้อโครงการที่บ้านสวยเพียงเพราะเซลส์พูดไม่ดี

คำถามที่พบบ่อย

ค่าที่ดินควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ

ใช้ช่วง 30–50% ของมูลค่าโครงการ เช่นที่ดิน 50 ล้าน ถ้าคิดที่ 30% มูลค่าโครงการต้องราว 166 ล้าน ถ้า 50% ประมาณ 100 ล้าน

แบ่งที่ดินขายกี่แปลงถึงต้องขออนุญาตจัดสรร

แบ่งเกิน 9 แปลงต้องขออนุญาตจัดสรร ถ้าไม่เกิน 9 แปลงทำได้โดยไม่เข้าจัดสรร ซึ่งเป็นทางเลือกเริ่มต้นสำหรับที่ดินที่มีข้อจำกัด

ทำไมไม่ควรตั้งราคาบ้านสูงกว่าราคาประเมินธนาคาร

ลูกค้าจะกู้ไม่พอและต้องหาเงินมาโปะส่วนต่าง ทำให้ขายยาก บ้านเสี่ยงติดมือ

ที่ดินหลายเหลี่ยมราคาถูก ซื้อทำหมู่บ้านดีไหม

เศษที่ดินและมุมแหลมใช้งานและขายต่อไม่ได้ กลายเป็นต้นทุน ควรรวมแปลงให้ได้รูปทรงหรือตัดเศษเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ก่อนตัดสินใจ

สินเชื่อสร้างบ้านขายต่างจากสินเชื่อสร้างอพาร์ตเมนต์อย่างไร

สร้างบ้านขายธนาคารจ่ายเป็นงวดตามงานจริง ขายหลังไหนไถ่ถอนหลังนั้น ปิดวงเงินได้ใน 1–2 ปีถ้าขายดี ส่วนอพาร์ตเมนต์เป็นสินเชื่อระยะยาวราว 10 ปี

ปรึกษาสถาปนิก · ทัก LINE →ดูคลิปทั้งหมดใน YouTube →

คลิปที่ใช้เขียนบทความนี้

  1. อยากลงทุนสร้างบ้านขาย ต้องเริ่มต้นอย่างไร ? | EP. 10
  2. ที่ตาบอด ทำหมู่บ้านขาย ยังไงให้กำไรงาม
  3. ทำบ้านขาย ยังไงให้ขายได้เร็ว ? (EP.2)
  4. สร้างบ้านขาย ออกแบบวางผังยังไงให้งอกเงย ? | EP.1
  5. ออกแบบบ้านขาย จัดสรรวางผังยังไงให้ตอบโจทย์ | EP.2
  6. อยากเป็นเจ้าของโครงการ เริ่มเตรียมตัวอย่างไร ? | EP. 7
  7. ลงทุนสร้างบ้านขาย เริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง #shorts
  8. อยากทำหมู่บ้านขาย แต่ที่ดินมีปัญหาเยอะ #shorts
  9. สร้างบ้านขาย เลือกที่ดินแบบไหนดี ?
  10. ทำบ้านขาย เลือกที่ดินแบบไหน ? #shorts
  11. กู้สร้างบ้านขาย กับสร้างอพาร์ทเม้นท์ ต่างกันยังไง ?
  12. มีที่ดินอยากสร้างบ้านขาย ต้องเริ่มยังไง ? #shorts
  13. ทำบ้านขายปี 66 เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ยังไงให้ตอบโจทย์ #shorts
  14. รูปแบบการทำบ้านขาย ให้ตอบไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่แตกต่าง #shorts
  15. ทำบ้านขาย สร้าง Brand Loyalty ยังไงให้โดนใจ ? #shorts
  16. เทคนิคมัดใจ ทำยังไงให้สร้างบ้านขายเห็นผลกำไรอย่างยั่งยืน ? #shorts
  17. เทคนิคเลือกทำเล สร้างตึกแถวขาย #shorts
  18. เริ่มต้นทำบ้านขายยังไง ให้งอกเงย ? #shorts

บทความที่เกี่ยวข้อง