หน้าแรก › บทความ › ผลงานและแบบบ้าน
จากนายหน้าสู่เจ้าของโครงการหมู่บ้าน: เตรียมตัวอะไร เสี่ยงต่างกันแค่ไหน
เจ้าของโครงการหมู่บ้านที่เริ่มจากนายหน้าค่าคอม 3% ต่อด้วยรีโนเวทกำไร 15–20% เล่าว่าความรู้สำคัญกว่าเงิน ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และปัญหาผู้รับเหมากับเงินทุน
เส้นทาง 3 ขั้น: นายหน้า รีโนเวท แล้วจึงพัฒนาโครงการ
แขกในคลิปเป็นเจ้าของโครงการหมู่บ้านและผู้เขียนหนังสือเรื่องอสังหาออนไลน์ เริ่มเข้าวงการจากการเป็นนายหน้า ได้ค่าคอมมิชชันราว 3% ซึ่งทำให้อยู่สบายระดับหนึ่ง แต่ตั้งเป้าสูงสุดไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะเป็นเจ้าของโครงการ
ขั้นต่อมาคือซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทขาย กำไรราว 15–20% หมุนเงินเร็ว แต่ไม่ง่าย บางหลังเจอปัญหาที่ต้องซ่อมเกินจากที่ประเมินไว้ ต้องคำนวณค่าซ่อมให้ดีตั้งแต่หาทรัพย์ เมื่อมีประสบการณ์รู้วิธีหาทรัพย์และรู้ความต้องการลูกค้าแล้ว จึงขยับมาเป็นผู้พัฒนาเต็มตัว
ทำไมอยากเป็นเจ้าของโครงการ ทั้งที่นายหน้าก็อยู่สบาย
แขกคิดย้อนจากเป้าหมายระยะยาวว่าเมื่ออายุ 70–80 ปีอยากมีชีวิตแบบไหน ซึ่งต้องมีรายได้มากพอ รายได้จากนายหน้าใช้ได้แต่ยังไม่ตอบโจทย์ ขณะที่การทำโครงการให้รายได้มากกว่าธุรกิจอื่นในแขนงอสังหา และลงล็อกกับแผน 5 ปีและ 10 ปีที่วางไว้
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเงิน คือความรู้
คำตอบของแขกคือการเตรียมความรู้สำคัญกว่าเงิน งานนายหน้าเป็นศูนย์รวมความรู้ที่ได้มาฟรี และยังมีคนจ้างให้ทำ ทุกปัญหาทุกขั้นตอนต้องแก้เอง จึงได้รู้กระบวนการขาย การตลาด การดูเรื่องสินเชื่อ และได้คอนเนกชันกว้าง
ถ้ามีความรู้ การหาเงินมาทำโครงการไม่ยาก แต่ถ้ามีเงินแต่ไม่มีความรู้จะยาก ความรู้เปรียบเหมือนอาวุธที่ต้องเตรียมไว้ก่อน วันที่มีคนประกาศขายที่ดินดีๆ คนที่เพิ่งเริ่มอ่านหนังสือจะไม่ทัน ทรัพย์จะถูกคนที่พร้อมกว่าเอาไป และถ้าความรู้ไม่แน่นก็ต้องรับความเสี่ยงสูงขึ้น
นายหน้ากับเจ้าของโครงการ ต่างกัน 2 เรื่องหลัก
- นายหน้า: รับผิดชอบเจ้าของทรัพย์ที่รับมาขายกับลูกค้าผู้ซื้อ ดูเรื่องธนาคาร แก้ปัญหาจนกู้ผ่านและส่งมอบ แล้วงานก็จบ
- นายหน้า: แทบไม่มีความเสี่ยงด้านเงิน เพราะไม่ต้องลงเงินซื้อทรัพย์ มีแค่ชื่อเสียงที่ต้องรักษา งานจบเร็ว ความกดดันน้อย
- เจ้าของโครงการ: ต้องรับผิดชอบหุ้นส่วนที่ร่วมทุน ถ้าโครงการเจ๊งอาจทะเลาะจนขึ้นศาล
- เจ้าของโครงการ: ต้องคัดผู้รับเหมาที่ทำงานไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อส่งมอบบ้านที่ลูกค้าพอใจ
- เจ้าของโครงการ: สร้างแล้วขายไม่ได้ เงินจม สร้างแล้วมีปัญหาก็ยังต้องรับผิดชอบ
- แต่ละโครงการใช้เวลา 1–3 ปีตามขนาด
ภาพเศรษฐีขับรถสปอร์ตที่คนมองเจ้าของโครงการ มาหลังจากผ่านทุกขั้นตอนที่ใช้ความพยายามมาก ผลตอบแทนที่ใหญ่มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่เสมอ
ปัญหาคลาสสิกของผู้พัฒนามือใหม่
ปัญหาแรกคือผู้รับเหมา หาจากที่ไหน จะทิ้งงานไหม งานดีหรือเปล่า และสร้างทันไหม ปัญหาที่สองคือการเงิน หาเงินได้จากไหน ธนาคารจะปล่อยวงเงินไหม ถ้าสินเชื่อไม่ผ่านจะทำอย่างไร ปัญหาที่ตามมาคือบ้านสร้างไม่ทันขาย
ฤดูฝน คือผู้รับเหมาใหญ่ของวงการ
คนในวงการก่อสร้างรู้กันว่าฝนเป็นตัวกำหนดว่าวันไหนทำงานได้หรือไม่ได้ ทั้งที่บางแสนซึ่งฝนตกทุกวันในช่วงนั้น และภาคใต้ที่วันเทคอนกรีตมักมีฟ้าครึ้ม แผนงานก่อสร้างจึงต้องเผื่อช่วงฝนไว้เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
อยากเป็นเจ้าของโครงการ ควรเริ่มจากอะไร
แขกในคลิปเริ่มจากนายหน้าเพื่อเก็บความรู้ด้านการขาย การตลาด สินเชื่อ และคอนเนกชัน ต่อด้วยรีโนเวทบ้านเก่าขาย แล้วจึงทำโครงการ
รีโนเวทบ้านเก่าขายได้กำไรเท่าไหร่
แขกในคลิประบุว่ากำไรราว 15–20% หมุนเงินเร็ว แต่ต้องประเมินค่าซ่อมให้แม่นตั้งแต่ตอนหาทรัพย์
เจ้าของโครงการเสี่ยงกว่านายหน้าตรงไหน
ต้องลงเงินเอง สร้างแล้วขายไม่ได้เงินจม ต้องรับผิดชอบหุ้นส่วน ผู้รับเหมา และลูกบ้าน และแต่ละโครงการใช้เวลา 1–3 ปี
ปัญหาที่ผู้พัฒนามือใหม่เจอบ่อยคืออะไร
ผู้รับเหมา (หาจากไหน ทิ้งงานไหม สร้างทันไหม) และเงินทุน (ธนาคารปล่อยวงเงินไหม ถ้าไม่ผ่านจะทำอย่างไร)
ออกแบบคาเฟ่ให้ขายได้ทุกวัน: 4 หลักคิด และแปลนคาเฟ่ริมทะเลแหลมสิงห์
สร้างบ้านขาย ทำหมู่บ้านเล็ก เริ่มยังไง: สำรวจตลาด เลือกที่ดิน คิดทุน
ออกแบบโรงแรม ห้องพักรายวัน อพาร์ทเมนต์: เลือกแบบให้ตรงกลุ่มลูกค้า
ออกแบบหมู่บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม: ข้อกฎหมาย วางผัง ต้นทุน และการขาย
เปลี่ยนที่ดินเปล่าเป็นธุรกิจ: รีสอร์ท 1 ไร่ 20 หลัง แคมป์ปิ้ง ตลาดนัด
ออกแบบอาคารสำนักงาน Stand Alone 400 ตร.ม. ชั้นเดียว ระเบียงโค้ง ระยอง