สถาปนิกบ้านบ้านบทความทั้งหมด →

หน้าแรก › บทความ › ออกแบบให้อยู่สบาย

2020-10-26 · ทำงานกับสถาปนิก · จากคลิป YouTube @architectiseasy

สถาปนิกออกแบบบ้านยังไง: ขั้นตอนจากเช็กโฉนด บรีฟ วางผัง ถึงแบบก่อสร้าง

ขั้นตอนออกแบบบ้านแบบสถาปนิก: เช็กโฉนดและระยะร่น 1–2 เมตร วิเคราะห์แดดลม สำรวจไลฟ์สไตล์ ตั้งงบ 12,000–30,000 บาท/ตร.ม. วางลำดับการเข้าถึง และทำงานร่วมกับวิศวกร

ขั้นที่ 1: เช็กโฉนดและที่ดินจริง ไม่ใช่ดูแค่บนกระดาษ

งานออกแบบเริ่มจากเช็กโฉนดว่าที่ดินมีขนาดเท่าไร หันไปทิศไหน และรอบที่ดินมีอะไรบ้าง แต่โฉนดไม่ได้บอกบริบทข้างเคียง การออกแบบที่ดีต้องลงไปดูที่ดินจริง เช่น มีคลองสาธารณะอยู่ก่อนเลี้ยวเข้าที่ดินหรือไม่ ถนนหน้าที่ดินกว้างแค่ไหน

ความกว้างถนนหน้าที่ดินมีผลต่อระยะร่นของอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ถนนแคบอาจต้องร่นมากขึ้น ทีมรังวัดจะเข้าสำรวจความกว้าง ยาว ระดับ และดินที่ถมไปแล้ว รวมถึงของที่มีอยู่ในที่ดิน เช่น คานกำแพงกันดิน ผนังสำเร็จรูป รั้วเมทัลชีต และสเตย์ที่รัดโครงสร้างคานกับรั้วไม่ให้ถูกดินดัน

ตารางเมตร กับ ตารางวา คิดยังไง

ที่ดินกว้าง 13 เมตร ยาว 20 เมตร นำ 13 x 20 ได้ 260 ตารางเมตร แล้วหารด้วย 4 ได้ 65 ตารางวา เพราะ 4 ตารางเมตรเท่ากับ 1 ตารางวา

ที่ดินในไทยซื้อขายเป็นหน่วยตารางวา ส่วนพื้นที่ใช้สอยของบ้านคิดเป็นตารางเมตร ที่ดิน 65 ตารางวาขนาดนี้วางบ้าน 2 ชั้นพร้อมสระว่ายน้ำได้

ขั้นที่ 2: วิเคราะห์ทิศ แดด ลม และสภาพแวดล้อม

สถาปนิกดูว่าถนนอยู่ด้านไหน ทิศเหนือ ตะวันออก ใต้ ตะวันตกอยู่ตรงไหน แต่ละทิศมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ทิศตะวันตกร้อนมาก ทิศเหนือถ้ามีอาคารข้างเคียงบังจะได้ร่มเงา ใช้พื้นที่ฝั่งนั้นได้สบาย

นอกจากแดดลม ยังดูว่ามีแหล่งน้ำหรือต้นไม้ที่ช่วยสร้างความเย็น แล้วทำไดอะแกรมจัดสัดส่วนการใช้ที่ดิน เช่น แบ่งอาคารหลักที่ใช้ทุกวันออกจากอาคารรองอย่างห้องรับรองแขกที่ใช้เฉพาะบางงาน

ห้องที่ใช้น้อยวางไว้ฝั่งที่โดนความร้อน ไม่เอาห้องนอนหรือห้องที่ใช้ประจำไปไว้ทิศตะวันตกหรือทิศใต้มาก เพื่อลดความร้อนสะสมในผนังที่คายออกตอนกลางคืน บ้านหลังหนึ่งแก้ด้วยผนังอิฐมวลเบาก่อ 2 ชั้น จับผนังแล้วไม่รู้สึกร้อน

ขั้นที่ 3: สำรวจปัญหาบ้านเดิมและผลทดสอบดิน

หลังสำรวจที่ดิน ปัจจัยสำคัญคือผลทดสอบการรับน้ำหนักของดิน (soil test) เพื่อรู้ว่าดินบริเวณนั้นรับน้ำหนักได้มากน้อยแค่ไหน แล้วนำไปคำนวณโครงสร้างอาคาร

จากนั้นสถาปนิกถามปัญหาที่เจ้าของบ้านเจอในบ้านเก่า เช่น ความร้อนกระทบการใช้ชีวิตไหม บ้านชื้นเพราะไม่ระบายอากาศ ค่าไฟเปลือง น้ำรั่ว หรือสิ่งที่ไม่ชอบ เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมตามมาในบ้านใหม่

ขั้นที่ 4: บรีฟความต้องการและไลฟ์สไตล์

สถาปนิกจดรายการฟังก์ชันทั้งหมด เช่น ที่จอดรถกี่คัน ห้องนั่งเล่นใหญ่แค่ไหน ห้องนอนกี่ห้อง อยู่ชั้นไหน ครัวต้องการพื้นที่กว้างไหม บ้านหลังหนึ่งต้องการที่จอดรถ 2 คัน ห้องนอน 3 ห้อง (ชั้นบน 2 ชั้นล่าง 1) และครัวกว้าง

บางครั้งเจ้าของบ้านนึกไม่ถึงว่าต้องการฟังก์ชันอะไร สถาปนิกต้องทำความรู้จักก่อน เช่น มีเพื่อนเยอะไหม ปาร์ตี้บ่อยไหม เจ้าของบ้านหลังหนึ่งรักสุขภาพ ต้องการยิมกว้าง พื้นที่ปาร์ตี้ และพื้นที่นัดคุยธุรกิจในบ้าน จึงต้องแยกพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่รับรองงาน

สไตล์บ้านที่ชอบหลายแบบ หรือแบบจากต่างประเทศ ใช้ได้ไหม

เจ้าของบ้านบางคนชอบหลายสไตล์พร้อมกัน เช่น บ้านขาว ลอฟต์ และไม้ ซึ่งคนละเรื่องกัน และเปลี่ยนใจตามบ้านที่เห็น ไม่ผิดที่จะชอบหลายแบบ แต่แต่ละสไตล์มีวิธีคิดและวิธีก่อสร้างต่างกัน เช่น งานไม้ต้องออกแบบดีเทลเผื่ออายุไม้และการยืดหดเมื่อโดนน้ำ งานกระเบื้องติดตั้งอีกแบบ ผนังขาวเรียบต้องฉาบสกิมโค้ท 2 รอบ ชายคาและหลังคาก็ต่างกัน จึงควรโฟกัสสไตล์ที่ใกล้เคียงกัน

บ้านต่างประเทศใช้เป็นแรงบันดาลใจได้ แต่อย่าลอกทั้งหลัง เพราะผิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาและไม่เหมาะกับภูมิอากาศไทย ต้องปรับเรื่องชายคา หลังคา วัสดุกันความร้อน และกระจกให้เข้ากับบ้านเรา

ขั้นที่ 5: ตั้งงบก่อสร้างก่อนวางแบบ

สถาปนิกแนะนำให้ตั้งงบก่อนเสมอ และแยกงบตัวบ้านกับสระว่ายน้ำออกจากกัน เพราะราคาสระคิดต่อตารางเมตรแบบบ้านไม่ได้ ตัวอย่างงบ 1.5 ล้านบาท แบ่งเป็นตัวบ้าน 1.2 ล้าน และสระว่ายน้ำ 3 แสน

ราคาประเมินคร่าวๆ ต่อตารางเมตรใช้เป็นตุ๊กตาตั้งต้น: บ้านวัสดุไม่แพงเริ่มประมาณ 12,000 บาท ระดับกลางประมาณ 15,000 บาท ระดับพรีเมียม 20,000–30,000 บาท ถ้าตั้งที่ 12,000 บาท งบ 1.2 ล้านจะได้บ้านไม่เกินประมาณ 100 ตารางเมตร รวมห้องนั่งเล่น ห้องนอน และครัวทั้งหมด

เมื่อต้องการราคาจริง ต้องทำ BOQ (ราคากลาง) ที่ถอดปริมาณจากแบบจริง ว่าใช้เหล็กกี่เส้น กระเบื้องกี่ตารางเมตร ปูนกี่คิว จึงจะรู้ราคาบ้านและสระที่แท้จริง แล้วนำไปหาผู้รับเหมา

ขั้นที่ 6: วางลำดับการเข้าถึง แล้วค่อยขึ้นรูปบ้าน

สถาปนิกเรียงฟังก์ชันตามลำดับการใช้งาน: ที่จอดรถติดถนนฝั่งไหน จอดแบบไหน จอดแล้วเดินไปห้องไหนก่อน แขกเข้าห้องนั่งเล่นก่อนแล้วไปห้องทานข้าวที่ติดกันหรือแยกออกมา ลองหลับตาจินตนาการ แล้วค่อยลากเป็นโครง วางบันได และทิศของห้องนอน

บ้านหลายหลังแยกทางเข้าหลักกับทางเข้ารอง ทางเข้าหลักผ่านสวนเข้าห้องนั่งเล่น ทางเข้ารองจากที่จอดรถเข้าครัว ซื้อของสดมาเดินเข้าครัวได้ทันที ห้องนอนแยกไปอีกฝั่งให้เจ้าของบ้านเข้าถึงได้คนเดียว

งานบ้านเดี่ยวที่ต้องการที่จอดรถอย่างน้อย 2 คัน สถาปนิกเปิดหน้าที่ดินด้วยที่จอดรถก่อน แล้วให้ความสำคัญกับเส้นทางไปครัว ส่วนบ้านที่มีแขกธุรกิจ ทางเข้าควรดูยิ่งใหญ่และมีจุดส่งคน (drop-off) คล้ายโรงแรม

ตัวอย่างจริง: บ้านริมคลอง จันทบุรี ออกแบบแล้วปรับหลังดูพื้นที่จริง

บ้านพักปลายชีวิตของพ่อแม่ที่เป็นข้าราชการระดับสูง ที่ดินติดคลองที่ต่อจากทะเลอ่าวไทยประมาณ 300–400 เมตร น้ำใสและมีน้ำขึ้นน้ำลง เจ้าของมีไม้เก่าเหลือในโครงการมาก คอนเซปต์จึงใช้ไม้เก่าผสมคอนกรีตเปลือย หลังคาเพิงเรียบง่ายปล่อยน้ำลงหลังบ้าน ปีกหลังคากว้างกันฝนสาด

แบบแรก ที่ดินหันทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้แดด ลม และวิวคลอง ทุกห้องมองวิวได้ ห้องนอนมีห้องน้ำและห้องแต่งตัวในตัว ห้องน้ำอยู่ฝั่งคลองให้ระบายอากาศดี ใช้ต้นไม้บังสายตา ห้องนั่งเล่นต่อห้องทานข้าวกว้างราว 5.6 เมตร ยาวเกือบ 10 เมตร พื้นบ้านยกสูงจากถนน ตัวบ้านร่นจากคลองราว 4 เมตรเพื่อเหลือพื้นที่จัดสวน

เมื่อลงพื้นที่จริงพบว่าบ้านเก่าข้างเคียงบังวิวคลองฝั่งหนึ่ง แต่อีกฝั่งมองไกลได้ราว 200 เมตร จึงปรับแบบ: ย้ายห้องนอนไปฝั่งบ้านข้างเคียงเพราะใช้หลักๆ ตอนกลางคืน วางหัวเตียงชนกัน ห้องน้ำอยู่ปลายสุดซ้ายขวา ตรงกลางมองขนานกับคลอง ส่วนห้องนั่งเล่นและครัวเปิดกระจกยาวมองวิวแบบพาโนรามา

ห้องน้ำแขกอยู่นอกบ้านแต่ใต้ชายคาเดียวกัน ทำผนังซิกแซ็กเป็นบัฟเฟอร์ไม่ให้แขกมองเห็นห้องนอน มุมปิ้งย่างยื่นออกไปให้กลิ่นไม่รบกวนภายใน เป็นคอกคอนกรีตขัดมันที่ระดับต่ำลง คนบนระเบียงคุยกับคนปิ้งย่างด้านล่างได้

ขั้นที่ 7: ทำงานร่วมกับวิศวกร ก่อนออกเป็นแบบก่อสร้าง

แบบบ้านไม่ได้มีแค่แบบสถาปัตย์สวยๆ แต่มีแบบโครงสร้าง แบบไฟฟ้า แบบสุขาภิบาล และแบบรายละเอียดอีกหลายสิบแผ่น ทุกเส้น ทุกระยะ ทุกช่องเปิดต้องผ่านการออกแบบโครงสร้าง วิศวกรดูว่าเสาอยู่ตรงไหน ซ่อนคานอย่างไร กันสาดยื่นได้แค่ไหนจึงรับน้ำหนักได้ ถ้าไม่สัมพันธ์กัน บ้านอาจแตกร้าวในอนาคต

ถ้าสถาปนิก วิศวกร และงานระบบไม่คุยกันตั้งแต่แรก สุดท้ายจะต้องเจาะคานเจาะพื้น ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ระยะร่นจากแนวเขตที่ดินต้องเว้นเท่าไร

ผนังที่มีช่องเปิดต้องห่างแนวเขตอย่างน้อย 2 เมตร ผนังทึบไม่มีช่องเปิดห่างได้ 1 เมตร และความกว้างถนนหน้าที่ดินยังมีผลต่อระยะร่นด้วย

ถ้าไม่จ้างสถาปนิก มีแบบบ้านฟรีไหม

มี เทศบาลหรือ อบต. มีแบบบ้านสำเร็จรูปเพื่อประชาชนแจกฟรี และเจ้าหน้าที่ออกเอกสารขออนุญาตได้ ส่วนการจ้างสถาปนิกออกแบบเฉพาะมีค่าใช้จ่าย

ประเมินงบสร้างบ้านคร่าวๆ ยังไง

ใช้ราคาต่อตารางเมตรเป็นตุ๊กตา เช่น 12,000 บาทสำหรับวัสดุไม่แพง 15,000 บาทระดับกลาง และ 20,000–30,000 บาทระดับพรีเมียม คูณพื้นที่ใช้สอย ส่วนราคาจริงต้องทำ BOQ จากแบบ

ทำไมต้องทำ soil test ก่อนออกแบบ

เพื่อรู้ว่าดินบริเวณนั้นรับน้ำหนักได้มากน้อยแค่ไหน แล้วนำไปคำนวณการรับน้ำหนักของอาคาร

ก๊อปแบบบ้านต่างประเทศมาสร้างได้ไหม

ใช้เป็นแรงบันดาลใจได้ แต่ไม่ควรลอกทั้งหลัง เพราะผิดลิขสิทธิ์และไม่เหมาะกับภูมิอากาศไทย ต้องปรับชายคา หลังคา ฉนวน และกระจก

ปรึกษาสถาปนิก · ทัก LINE →ดูคลิปทั้งหมดใน YouTube →

คลิปที่ใช้เขียนบทความนี้

  1. สถาปนิกออกแบบบ้านอย่างไร ? #สถาปนิกออกแบบบ้าน Weekly House EP. 1/2 | #สถาปนิกบ้านบ้าน
  2. สถาปนิกออกแบบบ้านอย่างไร ? #สถาปนิกออกแบบบ้าน Weekly House EP. 2/2 | #สถาปนิกบ้านบ้าน
  3. สร้างบ้านเอง เริ่มต้นยังไง ?
  4. สร้างบ้านสักหลัง เริ่มต้นยังไงดี ?
  5. ก่อนสร้างบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง | ep 1 #ออกแบบบ้าน #บ้าน #สถาปนิกบ้านบ้าน
  6. ก่อนสร้างบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง | ep.2 #ออกแบบบ้าน #บ้าน #สถาปนิกบ้านบ้าน
  7. ออกแบบบ้านสักครั้ง ให้ตอบโจทย์เจ้าของบ้าน EP.2 #shorts
  8. สำรวจความต้องการก่อนเริ่มออกแบบบ้าน
  9. สวยอย่างเดียวไม่พอ! เบื้องหลังแบบบ้าน 1 หลัง ต้องมีอะไรบ้าง? #บ้าน #สร้างบ้าน #สถาปนิกบ้านบ้าน
  10. สร้างบ้าน 1 หลัง จะต้องทำงานกับใครบ้าง ? #shorts
  11. หน้าที่ต้องรู้ ก่อนออกแบบบ้าน #shorts
  12. โลเคชั่นมีผลต่อการออกแบบบ้านยังไง คลิปนี้มีคำตอบ!
  13. การวางแปลนบ้านไม่ใช่แค่จัดห้อง แต่คือการวางคุณภาพชีวิต
  14. จากไอเดียแบบบ้านที่ชอบ สู่งานออกแบบบ้านจริง | EP.2 #shorts
  15. ออกแบบบ้าน กับความต้องการแปลก ๆ #shorts
  16. บ้านหลังนี้มองจากภายนอก นอกจากจะสวยแล้ว ยังออกแบบบ้านให้ตรงกับไลฟสไตล์เจ้าของบ้านตัวจริง!

บทความที่เกี่ยวข้อง