หน้าแรก › บทความ › ออกแบบให้อยู่สบาย
เลือกบริษัทรับสร้างบ้าน ผู้รับเหมา: ดูงาน 3 ช่วงก่อนเซ็นสัญญา
วิธีเลือกบริษัทรับสร้างบ้านและผู้รับเหมา: ดูประสบการณ์สร้างบ้าน ถามลูกค้าเก่า ดูงานโครงสร้าง งานก่อฉาบ งานใกล้ส่งมอบ เตรียมตัว 6 เดือน และเรื่องที่ต้องคิดก่อน
บริษัทรับสร้างบ้าน กับจ้างสถาปนิกแล้วหาผู้รับเหมาเอง ต่างกันอย่างไร
ทางแรกคือจ้างสถาปนิกออกแบบให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัว แล้วหาผู้รับเหมามาก่อสร้าง เจ้าของบ้านอาจจ้างสถาปนิกต่อเป็นที่ปรึกษาควบคุมงาน ช่วยคัดผู้รับเหมา หรือตรวจงานทุก 2–3 เดือน แต่สถาปนิกมักไม่ได้ทำเรื่องขอบ้านเลขที่ ขอมิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟให้ ภาระนี้จึงตกที่เจ้าของบ้าน
ทางที่สองคือบริษัทรับสร้างบ้าน ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องก่อสร้าง บริษัทมักมีแบบมาตรฐานหลายแบบที่ปรับได้เล็กน้อย ระหว่างสร้างมีอินทีเรียและสถาปนิกพาไปเลือกกระเบื้อง สีบ้าน กระเบื้องหลังคา เมื่อบ้านเสร็จก็ขอบ้านเลขที่ ขอน้ำ ขอไฟให้ แล้วดูแลตามสัญญารับประกัน ตัวอย่างจากบริษัทหนึ่งคือรับประกันทั่วไป 1 ปี หลังคา 5 ปี โครงสร้าง 20 ปี ซึ่งแต่ละบริษัทกำหนดไม่เท่ากัน
สำหรับบ้านขนาดตั้งแต่ประมาณ 500 ตร.ม. หรืองบสิบกว่าล้านบาทขึ้นไป บริษัทรับสร้างบ้านบางแห่งจะออกแบบใหม่ทั้งหลังเหมือนสำนักงานสถาปนิก สำหรับเจ้าของบ้านที่ไม่อยากให้หน้าตาบ้านซ้ำกับใคร
เลือกบริษัทรับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมา ต้องเช็ก 3 เรื่อง
- ประวัติและประสบการณ์: ตั้งบริษัทมากี่ปี และต้องเป็นประสบการณ์สร้างบ้านโดยตรง ผู้รับเหมาที่ถนัดโรงงานหรือตึกสูงทำงานคนละสเกลกับบ้าน
- เสียงจากลูกค้าเก่า: ถามคนรู้จักที่เคยสร้างกับบริษัทนั้น หรือโพสต์ถามในโซเชียล ถ้าเป็นไปได้ขอคุยกับเจ้าของบ้านที่บริษัทเคยสร้าง และควรถามลับหลังด้วย เพราะต่อหน้าบริษัทอาจไม่กล้าพูดตรง
- ไปดูหน้างานจริง: ดูงานที่กำลังสร้างอยู่ใน 3 ช่วง (รายละเอียดหัวข้อถัดไป) และเทียบสัก 2–3 บริษัท จะเห็นว่าคุณภาพและวิธีคิดของแต่ละเจ้าต่างกัน
สถาปนิกเองก็ใช้หลักเดียวกันเวลาคัดผู้รับเหมาให้ลูกค้า คือพักเรื่องราคาไว้ก่อน แล้วขอไปดูงานที่เขาทำว่างานโครงสร้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมไหม และงานสถาปัตย์จบเรียบร้อยไหม เพราะงานสถาปัตย์คือสิ่งที่ตัดสินว่าเจ้าของบ้านจะพอใจหรือไม่
ไปดูงานก่อสร้าง ดูอะไรในแต่ละช่วง
- ช่วงงานโครงสร้าง: คานบิดเบี้ยวไหม หล่อคานเรียบร้อยไหม ใช้คอนกรีตตามสเปกไหม หน่วยงานสะอาดเป็นระเบียบไหม
- ช่วงก่ออิฐฉาบปูน: ก่ออิฐได้ดิ่งไหม ฉาบปูนเนี้ยบไหม วงกบติดตั้งเรียบร้อยไหม ปูกระเบื้องดีไหม
- งานระบบบนฝ้าก่อนปิด: สายไฟร้อยท่อเรียบร้อยไหม มีสายไฟระโยงระยางไหม ท่อประปามีน้ำหยดไหม
- ช่วงใกล้ส่งมอบ: ทาสีเสร็จแล้ว เก็บงานเรียบร้อยแค่ไหน
การดูครบทุกช่วงทำให้เห็นมาตรฐานการทำงานจริง ไม่ใช่แค่บ้านตัวอย่างที่เสร็จแล้ว ข้อควรสังเกตอีกอย่างคือคุณภาพแต่ละหลังของบริษัทเดียวกันต้องใกล้เคียงกัน บริษัทที่ทำได้สม่ำเสมอมักมีระบบฝึกช่าง มีหัวหน้าทีมกับลูกทีมในแต่ละงาน และสั่งหยุดงานทันทีเมื่อเห็นว่าไม่ได้มาตรฐาน
ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหนก่อนเริ่มสร้าง
หลายคนเข้าใจว่าเลือกแบบแล้วสร้างได้เลย ความจริงต้องใช้เวลาเขียนแบบปรับตามความต้องการ ขออนุญาตก่อสร้าง ขอน้ำขอไฟ และเตรียมหน้างาน รวมประมาณ 3 เดือน ถ้าออกแบบใหม่ทั้งหลังบางรายใช้เวลาเป็นปี
ผู้บริหารบริษัทรับสร้างบ้านที่อยู่ในวงการกว่า 30 ปีแนะนำให้เผื่อเวลาเตรียมอย่างน้อย 6 เดือน หรือใช้เวลาหาข้อมูล 6 เดือนถึง 1 ปี ระหว่างนั้นคุยแบบกับสถาปนิกหรือบริษัทไปพร้อมกับตระเวนดูงานของผู้รับเหมา
เจ้าของบ้านต้องเตรียมโจทย์อะไรไปคุย
จดความต้องการให้ละเอียดก่อนไปคุย: กี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ จอดรถกี่คัน ต้องมีที่ชาร์จรถไฟฟ้าไหม พ่อแม่จะอยู่ด้วยไหม ต้องการห้องเก็บของใหญ่ไหม แต่ละอาชีพมีไลฟ์สไตล์ต่างกัน บางคนเก็บหนังสือ บางคนสะสมพระจนห้องพระขนาด 4x5 เมตร
ถ้านึกขนาดไม่ออก ให้ใช้บ้านปัจจุบันเป็นตัวอ้างอิง เช่น ตู้เสื้อผ้าตอนนี้ยาวกี่เมตรและพอใช้ไหม ตัวอย่างจริงคือเจ้าของบ้านที่ทำงานวงการบันเทิงได้เสื้อผ้ามาตลอด ต้องการห้องเสื้อผ้าประมาณ 80 ตร.ม. ถ้าผู้ออกแบบเดาเองว่า 4x5 เมตรพอ บ้านจะใช้งานไม่ได้
ปัญหาที่เจอบ่อยหลังสร้างบ้าน และควรคิดตั้งแต่ตอนออกแบบ
- ขนาดห้อง: เจ้าของบ้านจำนวนมากนึกภาพห้อง 3x4 หรือ 4x5 เมตรไม่ออก บางครั้งต้องเอาตลับเมตรวัดให้ดู เพราะสร้างแล้วแก้ไม่ได้ ต่างจากบ้านจัดสรรที่เดินดูบ้านตัวอย่างได้ ส่วนหน้าตาบ้านไม่ค่อยเป็นปัญหาเพราะดูจากภาพ 3 มิติได้
- ห้องน้ำ: ถ้าต้องการก๊อกผสมน้ำร้อนหลายจุด ต้องใช้เครื่องทำน้ำร้อน ไม่ใช่เครื่องทำน้ำอุ่นแบบติดฝักบัว ถ้ามีอ่างอาบน้ำ เครื่อง 6,000 วัตต์ไม่พอ ต้องใช้เครื่องตัวใหญ่ไฟ 3 เฟส
- ที่เก็บของ: ครอบครัว 4 คน มีกระเป๋าเดินทางคนละ 3–4 ใบ ถ้าไม่วางแผนห้องเก็บของจะไม่มีที่เก็บ
- ที่ชาร์จรถไฟฟ้า: ต้องใช้ไฟประมาณ 30 แอมป์ ถ้าจอดรถไฟฟ้า 2 คันอาจต้องใช้ถึง 100 แอมป์ ซึ่งต้องเปลี่ยนมิเตอร์ เดินสายเมนและตู้ไฟใหม่ ถ้าขอไฟไว้ 30 แอมป์แล้วมีรถไฟฟ้ากับแอร์ 5–6 ตัว ไฟจะไม่พอ
- โซลาร์เซลล์: เตรียมพื้นที่บนหลังคาและเดินท่อสายไฟไปตู้ไฟไว้ตั้งแต่ออกแบบ ถ้ามาติดทีหลังต้องสกัดบ้าน
- ตู้เย็นกดน้ำดื่ม: ต่อน้ำประปาเข้าตรงไม่ได้ ต้องมีเครื่องกรองน้ำ และต้องเผื่อจุดวางกับปลั๊กไฟในครัว
- รถซูเปอร์คาร์: ควรจอดในห้องแอร์ เพราะยางซีลเสื่อมเร็วเมื่อร้อน บางบ้านทำโรงรถสูงพร้อมลิฟต์ยกรถ
ในงานของสถาปนิกบ้านๆ ลูกค้าประมาณ 80% ขอระบบโซลาร์เซลล์ เครื่องกรองน้ำ (แยกน้ำดิบ น้ำใช้ น้ำดื่ม) และระบบสมาร์ทโฮมหรือกันขโมย จึงควรวางแผนสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่แบบแรก
บ้านเสร็จแล้วเครื่องตัดไฟรั่ว (กันดูด) ตัดบ่อย แก้อย่างไร
- เช็กว่าพ่วงเครื่องใช้ไฟฟ้าหนักเข้าเครื่องตัดไฟรั่วหรือไม่ เช่น แอร์ เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องอบผ้า เครื่องปั่นไฟ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ควรผ่านตัวกันดูด ซึ่งมักตั้งไว้ 15 หรือ 20 แอมป์
- ถ้าพ่วงทุกอย่างแล้วตั้งเป็น 30 แอมป์ เครื่องจะไม่ตัดเมื่อเกิดไฟรั่วเล็กน้อย เป็นอันตรายกับคนใช้ปลั๊ก ตัวกันดูดควรคุมเฉพาะปลั๊กที่คนในบ้านใช้ประจำ
- เครื่องทำน้ำร้อนต้องมีเครื่องตัดไฟเฉพาะและเบรกเกอร์แยกของตัวเอง
- แยกวงจรให้ชัด: ปลั๊ก สวิตช์ เครื่องทำน้ำร้อน แอร์ แยกกัน ถ้ารวมกันจะโหลดเกินและทริปบ่อย
- ถ้าแยกถูกแล้วยังตัดอยู่ แปลว่ามีไฟรั่วที่ใดที่หนึ่ง ต้องให้ช่างไฟที่ชำนาญตรวจ ห้ามบายพาสตัวกันดูดเพราะเท่ากับไม่ได้ติด
ตัวกันดูดระบบดิจิทัลไวต่อความชื้นมาก ถ้าผนังฉาบไม่ดีหรือมีรอยร้าวจนน้ำซึมถึงหลังปลั๊ก หน้าฝนจะตัดบ่อย แบบที่ไม่ใช่ดิจิทัลสร้างปัญหาน้อยกว่าในสภาพอากาศแบบบ้านเรา
บ้านโครงสร้างเหล็ก บ้านพรีแคสต์ ต่างจากบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างไร
บ้านโครงสร้างเหล็กโชว์เหล็กแบบไอบีมมีต้นทุนโครงสร้างสูงกว่าบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กไม่ต่ำกว่า 20% บ้านส่วนใหญ่จึงยังเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
บ้านพรีแคสต์ (ชิ้นส่วนสำเร็จรูปจากโรงงาน) สร้างเร็วและตอบปัญหาแรงงานขาด ชิ้นงานหล่อจากโรงงานคุมส่วนผสมปูนและการเสริมเหล็กได้แม่นยำ ความแข็งแรงไม่เป็นปัญหาเพราะผ่านการคำนวณของวิศวกร จุดอ่อนคือรอยต่อระหว่างผนังถ้าต่อไม่ดีน้ำรั่วได้ และเจาะหน้าต่างหรือเพิ่มปลั๊กในผนังไม่ได้ เพราะผนังบางส่วนเป็นผนังรับน้ำหนัก ปลั๊กที่เพิ่มต้องเดินลอย
ทางกลางที่บางบริษัทใช้กับบ้านขนาดต่ำกว่าประมาณ 400 ตร.ม. คือใช้เสาคานสำเร็จรูปแต่ยังก่ออิฐฉาบปูนผนัง เจ้าของบ้านยังปรับหน้าต่าง เพิ่มปลั๊กสวิตช์ได้ตามเดิม
ที่ดินแคบ สร้างบ้านได้ไหม
ได้ แต่บริหารหน้างานยากขึ้น ตัวอย่างที่ดินหน้ากว้าง 11 เมตร ลึก 22 เมตร สร้างบ้านให้คนอยู่เกือบ 20 คน อีกหลังเป็นบ้าน 4 ชั้นมีลิฟต์บนที่ดิน 60–70 ตร.วา ซึ่งไม่มีที่กองวัสดุเลย ต้องตั้งบ้านพักคนงานและกองวัสดุห่างไปประมาณ 5 กม.
เมื่อที่แคบ อาจต้องดัดและผูกเหล็กนอกไซต์แล้วขนเข้ามา ใช้คอนกรีตผสมเสร็จจากรถและปูนก่อปูนฉาบสำเร็จรูป สั่งวัสดุครั้งละน้อยเพราะไม่มีที่วาง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและงานช้ากว่าปกติ ควรตกลงเรื่องนี้กับผู้รับเหมาตั้งแต่ต้น
กู้ธนาคารสร้างบ้าน ระวังอะไร
ธนาคารมักให้ขออนุญาตก่อสร้างให้เสร็จก่อนแล้วแนบใบอนุญาตตอนยื่นกู้ ความเสี่ยงคือเจ้าของบ้านจ่ายค่าออกแบบและค่าขออนุญาตไปแล้ว เช่น 500,000 บาท แต่กู้ไม่ผ่านจึงไม่ได้สร้าง ผู้มีหนี้บัตรเครดิตค้างอยู่มาก เช่น 800,000 บาท ก็อาจถูกปฏิเสธ จึงควรเช็กความสามารถกู้ก่อนจ่ายค่าแบบ
บริษัทรับสร้างบ้านบางแห่งทำ MOU กับธนาคาร 6–7 แห่ง ให้กู้สร้างบ้านโดยจ่ายเงินตามงวดงาน รวมค่าแอร์และเฟอร์นิเจอร์ในสัญญาเดียวได้ เช่น บ้าน 5 ล้าน เฟอร์นิเจอร์ 2 ล้าน และยกเว้นค่าประเมินกับค่าตรวจงานซึ่งปกติรวมประมาณ 10,000 บาท
ทำไมควรมีสถาปนิกเป็นที่ปรึกษาระหว่างก่อสร้าง
ระหว่างสร้างจะมีคำถามเกิดขึ้นตลอด เช่น เพิ่มจุดไฟแล้วไฟพอไหม ต้องขยายเป็น 100 แอมป์หรือไม่ ตู้ไฟต้องเป็นแบบไหน เลือกสีบ้านและหลังคาอย่างไร เลือกเครื่องทำน้ำร้อนแบบไหน เดินสาย CCTV ระบบกันขโมย อินเทอร์เน็ต และ EV charger ตรงไหน ผู้บริหารบริษัทรับสร้างบ้านแนะนำว่าถ้าไม่ได้ใช้บริษัทรับสร้างบ้าน ควรยอมจ่ายเพิ่มจ้างสถาปนิกเป็นที่ปรึกษา อย่างน้อยเดือนละครั้ง
งานอินทีเรียควรวางพร้อมแบบบ้าน ไม่ใช่รอบ้านเสร็จ เพราะจะกำหนดตำแหน่งทีวี คอมพิวเตอร์ ห้องทำงานเฉพาะทางได้ตั้งแต่แรก ในงานของสถาปนิกบ้านๆ ทีมออกแบบทำแบบให้เลือก 3 ทางเลือก และทำ VR ให้เจ้าของบ้านลองเดินดูก่อนสร้าง ทุกแบบปรับได้ เช่น ตัดสระว่ายน้ำออกเพื่อเพิ่มที่จอดรถจาก 2 เป็น 3 คัน
คำถามที่พบบ่อย
ควรคุยราคากับผู้รับเหมาก่อนหรือดูงานก่อน
สถาปนิกแนะนำให้พักเรื่องราคาไว้ก่อน แล้วไปดูงานจริงว่าโครงสร้างถูกหลักวิศวกรรมและงานสถาปัตย์จบเรียบร้อย ค่อยเปรียบเทียบราคา
ไปดูงานผู้รับเหมาช่วงไหนดีที่สุด
ควรดูให้ครบ 3 ช่วง คือช่วงงานโครงสร้าง ช่วงก่ออิฐฉาบปูนและงานระบบ และช่วงใกล้ส่งมอบ เพื่อเห็นมาตรฐานจริงทุกขั้น
บริษัทรับสร้างบ้านรับประกันอะไรบ้าง
แต่ละบริษัทไม่เท่ากัน ตัวอย่างหนึ่งคือรับประกันทั่วไป 1 ปี หลังคา 5 ปี และโครงสร้าง 20 ปี ควรอ่านเงื่อนไขในสัญญา
จะสร้างบ้านต้องเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้านานแค่ไหน
อย่างน้อย 6 เดือน เพราะการปรับแบบ ขออนุญาต และขอน้ำไฟใช้เวลาราว 3 เดือน ถ้าออกแบบใหม่ทั้งหลังอาจใช้เป็นปี
ทำไมต้องคิดเรื่องที่ชาร์จรถไฟฟ้าตั้งแต่ออกแบบ
ที่ชาร์จใช้ไฟประมาณ 30 แอมป์ ถ้าไม่เผื่อไว้ ภายหลังอาจต้องเปลี่ยนมิเตอร์ เดินสายเมนและตู้ไฟใหม่
สถาปนิกออกแบบบ้านยังไง: ขั้นตอนจากเช็กโฉนด บรีฟ วางผัง ถึงแบบก่อสร้าง
สถาปนิกกับวิศวกร ต่างกันยังไง สร้างบ้าน 1 หลังต้องมีใครบ้าง
ออกแบบบ้านให้เย็น: วางผังตามทิศลม ทิศแดด ชายคา 2 เมตร ผนัง 2 ชั้น
แต่งห้องนอน ห้องทำงาน คอนโด ให้ใช้งานได้จริง คิดอินทีเรียตั้งแต่ออกแบบ
ออกแบบบ้านผู้สูงอายุ: ห้องนอนชั้นล่าง ห้องน้ำกว้าง บ้านหลายรุ่น
ออกแบบห้องครัว: วางเตา ซิงก์ ตู้เย็น กันกลิ่น และครัว Island