สถาปนิกบ้านบ้านบทความทั้งหมด →

หน้าแรก › บทความ › ออกแบบให้อยู่สบาย

2025-10-26 · ทำงานกับสถาปนิก · จากคลิป YouTube @architectiseasy

สถาปนิกกับวิศวกร ต่างกันยังไง สร้างบ้าน 1 หลังต้องมีใครบ้าง

สถาปนิกตั้งโจทย์ วางผัง คุมงบ วิศวกรโยธาคำนวณ Dead Load/Live Load เสาเข็ม ฐานราก วิศวกรไฟฟ้าแบ่งเฟส สุขาภิบาลวางท่อและถังน้ำ ตอบเรื่องบ้านทรุดและต่อเติม

สถาปนิกทำอะไรในการออกแบบบ้าน

สถาปนิกเป็นคนตั้งต้นไอเดีย เริ่มจากคุยกับเจ้าของบ้านว่าต้องการบ้านแบบไหน ห้องนอนกี่ห้อง ห้องน้ำกี่ห้อง มีคนอยู่กี่คน จากนั้นดูหน้ากว้างและขนาดที่ดิน ทิศทาง และบริบทข้างเคียงที่กระทบการใช้งาน แล้วจึงจัดผัง ขนาดห้อง ครัว ห้องน้ำ

สิ่งที่สถาปนิกต้องคุมตั้งแต่ต้นคืองบประมาณก่อสร้างของเจ้าของบ้าน ถ้าออกแบบหรูเกินงบ โครงการเดินต่อไม่ได้ ฟังก์ชันที่ออกแบบจึงต้องเหมาะกับทั้งการใช้งานและเงินที่มี

วิศวกรโยธาคำนวณอะไร

เมื่อสถาปนิกวางแบบเสร็จ วิศวกรโยธาจะตรวจว่าเสาที่วางไว้รับน้ำหนักชั้น 2 ได้จริงไหม หลังคาที่ยื่นยาวยื่นได้หรือเปล่า แล้วคำนวณขนาดเหล็ก ปูน เสา คาน ออกมาเป็นแบบโครงสร้างพร้อมรายการคำนวณ

วิศวกรไม่เผื่อน้ำหนักเกินจำเป็น เพราะยิ่งเผื่อมาก โครงสร้าง ฐานราก และงานเสาเข็มยิ่งใหญ่ตาม ค่าก่อสร้างบานตาม

วิศวกรไฟฟ้าและวิศวกรสุขาภิบาล

วิศวกรไฟฟ้าคำนวณโหลดไฟของบ้าน วางตำแหน่งดวงไฟ จัดลูกเซอร์กิตเบรกเกอร์และแบ่งเฟสให้สมดุล เช่น ชั้น 1 ใช้เฟสหนึ่ง ชั้น 2 ใช้อีกเฟส ตำแหน่งต่าง ๆ มักมาจากไอเดียของสถาปนิก แล้ววิศวกรทำให้ถูกต้องเป็นแบบก่อสร้าง

งานสุขาภิบาลคือท่อประปา ท่อน้ำดี น้ำเสีย น้ำทิ้ง ไปถังบำบัด ตั้งแต่มิเตอร์น้ำเข้าบ้าน ผ่านถังเก็บน้ำ ปั๊ม แล้วจ่ายเข้าบ้าน

ห้ามติดปั๊มดูดน้ำจากท่อประปาสาธารณะโดยตรง

หลายบ้านน้ำประปาไม่แรงเพราะหมู่บ้านใช้น้ำพร้อมกันหรืออยู่ปลายสาย แล้วแก้ด้วยการต่อปั๊มดูดจากท่อสาธารณะโดยตรง วิธีนี้ผิดกฎหมาย

บ้านทรุดเกิดจากอะไร ป้องกันยังไง

แทบทุกพื้นที่ในประเทศไทยมีการทรุดตัวของชั้นดิน อัตราไม่เท่ากัน ในกรุงเทพฯ บางพื้นที่ทรุดได้ถึงปีละ 3 ซม. ถ้าบ้านอยู่บนเสาเข็ม การทรุดจะน้อยลงมาก การทรุดตัวทำให้บ้านเอียงหรือแตกร้าวได้

วิธีป้องกันคือเจาะสำรวจดินเพื่อดูพฤติกรรมดินบริเวณนั้น แล้วเลือกเสาเข็มและฐานรากให้เหมาะ สำหรับบ้านพรีเมียมในพื้นที่ดินอ่อน วิศวกรแนะนำเสาเข็ม เพราะอัตราการทรุดน้อย ต่อให้รอบบ้านทรุด ตัวบ้านยังนิ่ง แล้วค่อยซ่อมรอบบ้านทีหลัง

ฐานรากมีกี่แบบ เลือกจากอะไร

ฐานรากหลัก ๆ มี 2 ประเภท คือ ฐานแผ่ (ไม่มีเสาเข็ม) กับฐานรากบนเสาเข็ม ฐานแผ่ใช้ในพื้นที่ชั้นทรายซึ่งรับน้ำหนักได้มาก ส่วนใหญ่คำนวณได้ประมาณ 10 ตันต่อตร.ม. ถ้าไม่ได้จึงใช้เสาเข็ม

ชนิดเข็มให้วิศวกรเป็นคนเลือก เพราะแต่ละแบบค่าใช้จ่ายต่างกัน มีกรณีที่เจ้าของบ้านนำแบบไปสร้างเองแล้วเปลี่ยนเป็นไมโครไพล์ เมื่อทดสอบน้ำหนัก (test load) แล้วรับไม่ได้ จะตอกแซมก็ไม่ได้ ต้องขยับตัวบ้านเพื่อตอกใหม่ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายสูงมาก

บ้านชั้นเดียว ต่อเติมขึ้นชั้น 2 ได้ไหม

ไม่ควร เพราะวิศวกรออกแบบบ้านชั้นเดียวให้รับ Dead Load และ Live Load สำหรับชั้นเดียวเท่านั้น ต่อเติมด้านข้างได้ แต่ไม่ควรดึงขึ้นชั้น 2 หรือ 3

ถ้ารู้ว่าอนาคตจะเพิ่มชั้น 2 แน่ ให้แจ้งตั้งแต่ตอนออกแบบ วิศวกรจะคำนวณโครงสร้างเผื่อชั้น 2 ไว้ แล้วตัดแบบชั้น 2 ออก สร้างชั้น 1 อย่างเดียวก่อน

ต่อเติมบ้าน ทำไมต้องตอกเสาเข็มเพิ่ม และทำไมยังร้าว

บ้านเดิมทรุดไปส่วนหนึ่งแล้ว ถ้าส่วนต่อเติมใช้ฐานแผ่ การทรุดของ 2 ส่วนจะไม่เท่ากัน จะเห็นรอยแยกระหว่างบ้านเดิมกับส่วนต่อเติม จุดที่มีผนังซึ่งน้ำหนักมากควรต่อเสาเข็ม แม้เป็นการต่อเติมชั้นเดียว ส่วนพื้นระเบียงเฉย ๆ อาจใช้ฐานแผ่ได้ แต่ต้องยอมรับรอยแยก

บางบ้านตอกเข็มทั้งบ้านเดิมและส่วนต่อเติมแล้วยังร้าว เพราะทรุดไม่เท่ากัน ทางที่ดีที่สุดคือสร้างไปพร้อมกัน หรือใช้เสาเข็มยาวเท่ากัน งานต่อเติมส่วนใหญ่จึงหนีรอยร้าวได้ยาก รอยนี้ไม่อันตรายเพราะเป็นวัสดุคนละส่วนที่ขยับไม่เท่ากัน

ถมดินแล้วต้องรอนานแค่ไหนถึงสร้างบ้านได้

ถ้าเป็นบ้านชั้นเดียวในภาคตะวันออกที่ใช้ฐานแผ่ แล้วถมดินสูง 2–3 เมตร ควรรอให้ดินเซ็ตตัวอย่างน้อย 1 ฤดูฝน น้ำฝนช่วยให้เม็ดดินเม็ดทรายเรียงตัวแน่น หลังจากนั้นก็ยังทรุดได้บ้าง ผลขึ้นกับการบดอัดด้วย

ถ้าบ้านอยู่บนเสาเข็ม สร้างได้ทันทีหลังถม เพราะบ้านไม่ได้วางบนดิน การทรุดของดินถมไม่กระทบตัวบ้าน

คานเอียง และบ้านไม่มีเสากลาง

คานบางตัวออกแบบให้เอียงตั้งใจ เช่น ทางลาดขึ้นลานจอดรถ แต่ถ้าคานเอียงเพราะฐานรากทรุด ต้องรีบแก้ อาจถึงขั้นสกัดทิ้งแล้วทำใหม่ เอียงนิดเดียวมีผลต่อการรับน้ำหนักเล็กน้อย เอียงมากต้องแก้ เคยมีอาคารเก่าอายุ 50–60 ปีที่คานทรุดเยื้องจนวางลูกบอลบนพื้นชั้น 2 แล้วกลิ้งยาว กรณีแบบนี้ต้องให้วิศวกรสำรวจเป็นเคสไป ห้ามตัดสินใจเอง

บ้านไม่มีเสากลางทำได้ แต่เมื่อเอาเสาต้นหนึ่งออก เสาข้างเคียงต้องรับน้ำหนักแทน เช่น จากเสา 25 ซม. ขยายเป็น 30 x 30 ซม. หรือใหญ่กว่า ขึ้นกับระยะช่วงเสา คานต้องใหญ่และหนาขึ้น บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งสูง 4.50 ม. กว้างราว 15 ม. วางเสาห่างประมาณ 8–10 ม. อาคารที่สูงมากต้องออกแบบให้รับแรงด้านข้างเพิ่ม จึงควรแจ้งความสูงตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

สถาปนิกกับวิศวกร ใครทำอะไร

สถาปนิกรับโจทย์ วางผัง ขนาดห้อง และคุมงบ วิศวกรโยธาคำนวณโครงสร้าง เสา คาน ฐานราก เสาเข็ม ส่วนวิศวกรไฟฟ้าและสุขาภิบาลออกแบบระบบไฟและระบบน้ำ

ติดปั๊มน้ำดูดจากท่อประปาโดยตรงได้ไหม

ไม่ได้ ผิดกฎหมาย ต้องให้น้ำผ่านมิเตอร์และเช็ควาล์วลงถังเก็บน้ำก่อน แล้วติดปั๊มหลังถัง

บ้านชั้นเดียวต่อเติมเป็น 2 ชั้นได้ไหม

ไม่ควร เพราะโครงสร้างคำนวณไว้สำหรับชั้นเดียว ถ้าวางแผนจะขึ้นชั้น 2 ให้แจ้งวิศวกรตั้งแต่ออกแบบเพื่อเผื่อโครงสร้าง

ถมดินแล้วสร้างบ้านได้เลยไหม

ถ้าใช้เสาเข็มสร้างได้เลย ถ้าใช้ฐานแผ่บนดินถม 2–3 เมตร ควรรออย่างน้อย 1 ฤดูฝน

ต่อเติมบ้านแล้วร้าว อันตรายไหม

รอยแยกระหว่างบ้านเดิมกับส่วนต่อเติมเกิดจากการทรุดไม่เท่ากัน โดยทั่วไปไม่อันตราย ลดได้ด้วยเสาเข็มยาวเท่ากันและออกแบบรอยต่อให้แยกชัด

ปรึกษาสถาปนิก · ทัก LINE →ดูคลิปทั้งหมดใน YouTube →

คลิปที่ใช้เขียนบทความนี้

  1. สถาปนิกxวิศวกร! ตอบทุกปัญหาเรื่องสร้างบ้านที่หลายคนไม่เคยรู้
  2. สถาปนิกและวิศวกร แตกต่างกันอย่างไร ?
  3. วิศวกรกับสถาปนิก ต่างกันอย่างไร ?
  4. สร้างบ้าน สถาปนิกกับวิศวกรมีหน้าที่ต่างกัน ? #shorts

บทความที่เกี่ยวข้อง