สถาปนิกบ้านบ้านบทความทั้งหมด →

หน้าแรก › บทความ › ออกแบบให้อยู่สบาย

2021-10-26 · ทำงานกับสถาปนิก · จากคลิป YouTube @architectiseasy

คุยบรีฟออกแบบบ้าน: สถาปนิกบาลานซ์ความต้องการทั้งครอบครัวยังไง

บ้านหนึ่งหลังไม่ได้ออกแบบเพื่อคนเดียว สถาปนิกเล่าวิธีคุยบรีฟ ถามกิจวัตรถึงเรื่องห้องน้ำ ขอรูปแทนคำพูด ไม่ชี้นำลูกค้า และจัดการเมื่อชอบ 3-4 สไตล์พร้อมกัน

ทำไมออกแบบบ้านต้องฟังทุกคนในครอบครัว

บ้านหนึ่งหลังไม่ได้ออกแบบเพื่อคนเดียว แต่ออกแบบเพื่อทุกคนที่อยู่ ทั้งปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ลูก หลาน บางบ้านอยู่กันหลายเจเนอเรชั่น แต่ละคนมีความต้องการต่างกัน

ขั้นแรกสถาปนิกจึงยังไม่ออกแบบ แต่ไปนั่งคุยก่อนว่าแต่ละคนต้องการอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน บางคนทำงานกลางคืน เช่น นักบิน กลับบ้านมานอนตอนกลางวัน รอบการใช้ชีวิตของเขาต่างจากคนอื่นในบ้าน ฟังครบทุกคนแล้วจึงค่อยบาลานซ์

ถามละเอียดถึงขั้นไหน

ตัวอย่างบ้านหลังหนึ่ง พี่สาวเป็นคนออกเงินหลักและต้องการห้องเพนท์เฮาส์ 1 ห้อง สถาปนิกต้องฟังว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร ตื่นไปทำงานกี่โมง เข้าห้องน้ำแบบไหน คำถามเรื่องห้องน้ำฟังดูตลก แต่ส่งผลกับแบบโดยตรง

บ้านที่ออกแบบแบบนี้คือบ้านคัสตอมสำหรับคนในบ้านนั้นโดยเฉพาะ

ขอรูปที่ชอบ ดีกว่าให้อธิบายเป็นคำพูด

สถาปนิกจะให้ลูกค้าหารูปมาให้เยอะที่สุด ห้องนอนชอบแบบไหน ห้องนั่งเล่นชอบแบบไหน ชอบสวนไหม เพราะการถ่ายทอดเป็นคำพูดมักไม่ครบ

จากนั้นสถาปนิกย่อยรูปทีละรูปว่าชอบเพราะอะไร เช่น ชอบมุมนั่งในห้องนั่งเล่นเพราะนั่งสบายและมองเห็นต้นไม้ หรือชอบโต๊ะทำงานเรียบๆ เพราะใช้ MacBook เครื่องเดียว เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่ออกแบบจึงตอบโจทย์ตรงนั้น

อย่าชี้นำลูกค้า บทเรียนจากช่วงทำงานใหม่ๆ

ลูกค้าเห็นแบบครั้งแรกมักตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ ช่วงทำงานใหม่ๆ สถาปนิกเคยเสนอแบบแล้วลูกค้าบอกว่าดีมาก ลุยเลย แต่พอกำลังจะเริ่มเขียนแบบจริง วันรุ่งขึ้นลูกค้าเอารูปอีกแบบมาให้ งานต้องเริ่มใหม่

บทเรียนคือต้องให้ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ไม่ใช่รสนิยมของสถาปนิก ลูกค้าไม่ต้องเกรงใจว่าสถาปนิกอยากได้แบบไหน เพราะสถาปนิกไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น

สถาปนิกเติมอะไรให้บ้าน นอกจากความชอบ

เมื่อได้ความต้องการแล้ว สถาปนิกทำหน้าที่ทำให้บ้านน่าอยู่ สบาย และเหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อน เช่น กันแดดกันฝนอย่างไร เหตุผลด้านภูมิอากาศจะถูกออกแบบควบคู่ไปกับสไตล์ที่ลูกค้าเลือก

เมื่อคนในบ้านชอบคนละแนว เช่น ผู้ชายชอบรถและโทนเข้ม ผู้หญิงชอบแนวแฟรี่เทล บ้านเดี่ยวแยกให้เป็นคนละห้องได้ ต่างจากคอนโดที่พื้นที่จำกัดและแต่งได้ไม่กี่แบบ

ลูกค้าชอบ 3-4 สไตล์พร้อมกัน ทำยังไง

ลูกค้าบางคนเก็บรูปบ้านที่ชอบมาเป็นสิบหลัง อยากได้บ้านขาว บ้านลอฟท์ บ้านไม้ พร้อมกัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันหมด บางคนคุยไว้แนวหนึ่ง เห็นบ้านคนอื่นแล้วอยากเปลี่ยน ความชอบเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องผิด แต่แต่ละสไตล์มีวิธีก่อสร้างต่างกัน

สถาปนิกจึงช่วยให้ลูกค้าโฟกัสไปที่สไตล์ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้แบบและการก่อสร้างไปทางเดียวกัน

เทรนด์มาแล้วก็ไป: ลอฟท์ ต้นไม้ในบ้าน และมินิมอล

สไตล์ลอฟท์ที่ใช้สัจจะวัสดุ เทคอนกรีตลงไม้แบบแล้วถอดแบบออกมาให้เห็นผิวไม่เรียบร้อยเป็นเสน่ห์ ต้องเคลือบโปรเทคผิวไว้ สถาปนิกมองว่าเป็นเทรนด์ อีกราว 10 ปีก็จะมีแบบใหม่มาแทน อีกความต้องการที่พบบ่อยคือที่วางกระถางต้นไม้ในบ้าน

ความมินิมอลมีมานานแล้ว ต้นกำเนิดคือสถาปนิก Mies van der Rohe เจ้าของประโยค Less is More ใครชอบแนวไหนก็ไม่ผิด ขอให้บ้านอยู่สบาย

คำถามที่พบบ่อย

ก่อนคุยกับสถาปนิกควรเตรียมอะไร

เตรียมรูปห้องนอน ห้องนั่งเล่น สวน หรือบ้านที่ชอบให้เยอะที่สุด และเล่ากิจวัตรของแต่ละคนในบ้าน เช่น เวลาตื่น เวลาทำงาน การใช้ห้องน้ำ

ทำไมสถาปนิกถามละเอียดถึงเรื่องห้องน้ำ

เพราะกิจวัตรกำหนดแบบ เช่น คู่ที่ตื่นพร้อมกันอาจต้องมีอ่างล้างหน้า 2 อ่างและแยกห้องอาบน้ำ ส่วนคนที่ชอบแช่น้ำต้องมีอ่างอาบน้ำ

ชอบหลายสไตล์ผสมกันได้ไหม

ความชอบเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องผิด แต่บ้านไม้ บ้านขาว บ้านลอฟท์ มีวิธีก่อสร้าง ผิววัสดุ และหลังคาต่างกัน สถาปนิกจะช่วยเลือกสไตล์ที่ใกล้เคียงกันให้ไปทางเดียว

ควรเกรงใจรสนิยมของสถาปนิกไหม

ไม่ควร ความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก เพราะสถาปนิกไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น หน้าที่ของสถาปนิกคือทำให้แบบที่ต้องการอยู่สบายและเหมาะกับภูมิอากาศ

ปรึกษาสถาปนิก · ทัก LINE →ดูคลิปทั้งหมดใน YouTube →

คลิปที่ใช้เขียนบทความนี้

  1. คุยเรื่องบ้าน บันล้านความต้องการ ?

คลิปสั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง